Archive for January, 2009

พอลล่า เนื้อหอมหนุ่มตอม

Thursday, January 29th, 2009






พอลล่า ลืม พี่เก้า สนิท เนื้อหอมหนุ่มตอมทีเดียว 2 (ไทยรัฐ)

          หลังจากแยกทางกับ พี่เก้า-ณัฐดนัย เรืองกฤติยา ก็ครองตัวโสดมานาน แต่บทจะเนื้อหอม  สาวยิ้มเสน่ห์ พอลล่า เทเลอร์ ก็ตกเป็นข่าวกับหนุ่มทีเดียว 2 คนพร้อมๆ กัน คนแรกตอนที่เธอไปเล่นเอ็มวีให้ บี้ เดอะสตาร์ เพราะเห็นว่ามีจูบเจิบกันหวานซึ้ง  อีกคนก็เป็นหนุ่มต่างชาติซึ่งดันมีภาพหลุด ขณะขึ้นเรือท่องทะเลรักด้วยกัน ส่วนที่ว่าหนุ่มไหนจะครองใจ  พอลล่า  ได้นั้น พอเจอในงาน The Great Chinese New Year 2009 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เลยโดนสอบปากคำ 

          พอลล่า : ในเอ็มวีบี้ก็จูบโดนนิดนึงค่ะ (หัวเราะเขิน)

เขินมั้ย? 

          พอลล่า : ก็เขินค่ะ เพราะจริงๆ แล้วคุยกันแค่ว่าให้เข้าไปใกล้มาก แต่มันไม่ได้ซักที ผกก.เลยบอกว่าจูบเลย  แล้วเดี๋ยวพี่ไปตัดเอง

เทกเดียวผ่านมั้ย? 

          พอลล่า : มันก็มีนู่นนี่อีกนิดหน่อย

บี้ว่าไง? 

          พอลล่า : ก็เขินกันทั้งคู่ค่ะ ไม่คุยกันเลย (หัวเราะ)

บี้ปลื้มพอลล่าตั้ง แต่แรกแล้ว? 

          พอลล่า : ไม่รู้ก็เป็นงานค่ะ

จะมีพัฒนาความสัมพันธ์มั้ย? 

          พอลล่า : ไม่รู้ เหมือนกันค่ะ

มีแลกเบอร์กันมั้ย? 

          พอลล่า : ก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็ไม่ได้คุยกันมากกว่าเพื่อน

แล้วกลัวหนุ่มฟิลิปปินส์จะเข้าใจผิดมั้ย? 

          พอลล่า : ไม่มีอะไร

ใช่มาร์ค- เนลสันมั้ย? 

          พอลล่า : เพื่อนที่อยู่ในรูปใช่มั้ย ใช่ค่ะ

ภาพบนเรือค่อนข้างสนิทกัน? 

          พอลล่า : มันเป็นรูปที่เราทำงานด้วยกันค่ะ เราไปออกรายการสปอร์ตลิมิเต็ด เค้าเป็นพิธีกรที่รายการที่ฟิลิปปินส์ไปขึ้นเรือ

ใส่ชุดเป็นบิกินี? 

          พอลล่า : ถ่ายที่ทะเลค่ะ

แล้วเค้าไม่จีบเหรอ? 

          พอลล่า : ไม่ค่ะ เค้าอยู่ฟิลิปปินส์ค่ะ แต่เป็นเพื่อนสนิท

ภาพค่อนข้างสนิทสนมกัน? 

          พอลล่า : ใช่เห็นแล้ว มีหลายรูปมากจะเป็นที่ออกงานที่โน่นหมดเลย

สนิทสุดมั้ย? 

          พอลล่า : ก็สนิทคือถ้า เราไปฟิลิปปินส์เค้าดูแลค่ะ

มาริโอ้ โต้ เปล่าขอ เล่นละคร

Thursday, January 29th, 2009

มาริโอ้ เมาเร่อ




“โอ้” โต้!!!เปล่าหา “คุณแดง” ขอเล่นละคร ย้ำตนเองยังไม่พร้อม (ดาราเดลี่)

         
ยังคงฮอตฮิตไม่เลิกสำหรับหนุ่ม “โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ” ที่คว้ารางวัลดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ จากภาพยนตร์เรื่อง “เฟรนด์ชิฟ เธอกับฉัน” ในงานTOP AWARDS 2008 แต่ความฮอตที่ได้รับก็ตามมาด้วยคดีความและกระแสข่าวลือต่างๆ ล่าสุดก็เมาธ์กันว่า “พี่เอ- ศุภชัย” พาเข้าไปหา “คุณแดง(สุรางค์ เปรมปรีด์)” เพื่อขอเล่นละคร แต่หนุ่มโอ้ก็ถือเอาว่าอุปสรรคคือประสบการณ์

ปีนี้ได้รับรางวัลเป็นยังไงบ้าง?

          มาริโอ้ : ปีนี้ดีใจมากๆครับ ก็ขอบคุณทีวีพูล ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ทีวีพูลมอบรางวัลอันมีเกียรติให้กับโอ้ ขอบคุณมากๆเลยครับ มันจะเป็นแรงที่ยิ่งใหญ่ที่ให้โอ้ทำงานวงการหนังต่อไปครับ เป็นรางวัลภาพยนตร์ก็ดีใจมากๆ ครับ ขอบคุณมากๆ ผมจะพัฒนาตัวผมให้ดีๆขึ้นต่อไป

ถือเป็นฤกษ์ดีหรือเปล่า?

          มาริโอ้ : เป็นรางวัลที่ไม่รู้มาก่อน เพิ่งมารู้ที่นี่ดีใจมากๆจริงๆครับ

ตอนนี่งานเยอะไหม?

          มาริโอ้ : ก็ค่อนข้างเยอะครับ ถ่ายหนังเรื่องบุบผาราตรี

ในเรื่องของสัญญาทำให้เรารับงานติดขัดไหมกับสัญญาที่ยังเหลืออยู่?

          มาริโอ้ : เรื่องคดีหรือเรื่องที่ผ่านมาโอ้ขอไม่พูดดีกว่า ขอให้ผู้ใหญ่จัดการดีกว่า โอ้ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานถ่ายหนังอย่างเดียวครับ

สายป่าน โต้ สวีต แชมป์ แบบเพื่อน

Tuesday, January 27th, 2009

สายป่าน อภิญญา

สายป่าน - แชมป์



สายป่าน โต้ คู่รักปาท่องโก๋! สวีต แชมป์ แบบเพื่อน (ไทยรัฐ)

          เห็นหน้าตาสดใส สงสัยจะตกอยู่ในห้วงอาการอินเลิฟ กับหนุ่มนักดนตรี “แชมป์ วงเท็ดดี้ สกาแบนด์” ซะละม้าง เลยมีข่าวว่า สายป่าน กับ แชมป์ เป็น “คู่รักปาท่องโก๋” ผลัดกันตามเฝ้าเอาใจ มีแชมป์ที่ไหนมีสายป่านที่นั่น สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข โต้ว่า… 

          สายป่าน : ไม่จริงค่ะ ป่านจะชอบไปงานดนตรีอยู่แล้ว รู้จักพี่ๆ หลายคน เวลาโทรหาก็ถามว่ามีงานใหญ่ที่ไหน ป่านถึงจะไป แต่ถ้าเป็นงานเดี่ยวๆ ป่านจะไม่ ค่อยไป

ไปให้กำลังใจแชมป์นี่? 

          สายป่าน : ไม่เกี่ยว ป่านไปเพราะความสนุกของตัวเอง ถ้าไปเจอตามงานจะเห็นว่าป่านแทบไม่ได้อยู่กับวงเท็ดดี้ สกาแบนด์เลย ป่านจะอยู่กับพี่ๆ วงอื่นมากกว่า เพราะป่านสนิทกับวงอื่นๆ มากกว่า

มีคนเห็นแชมป์ตามเฝ้าเป็นเงาตาม ตัวเลยนี่ ห่วงภาพจะเสียมั้ย? 

          สายป่าน : ภาพป่านเสียตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่มีภาพดีๆ ก็เข้าใจ ป่านอยู่ตรงจุดนี้ อยู่กับวงนั้นวงนี้ คนอาจจะมองว่าป่านเป็นคาสโนวี่ ป่านไม่ได้เป็นนะ ทำใจ แต่ยอมรับค่ะว่าภาพเราเป็นแบบนี้

ชลรัศมี งาทวีสุข นักข่าวสาวสวย ช่อง5

Friday, January 23rd, 2009

ชลรัศมี งาทวีสุข




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก bsnnews.com  , นิตยสารสกุลไทย

          ทุกวันนี้การบริโภคข่าวสารเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว บางคนถึงกับเกาะติดอยู่หน้าจอ เพื่อที่จะดูข่าว หรือไม่ก็เพราะอยากเห็นหน้าผู้ประกาศข่าวในดวงใจนั่นเอง และถ้าพูดถึงผู้ประกาศข่าวหญิงที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน เห็นทีต้องมีชื่อของ “ร้อยตรีหญิงชลรัศมี งาทวีสุข” แห่งกองทัพบก ช่อง 5 เป็นแน่ วันนี้กระปุกจึงนำเรื่องราวของเธอมาฝากกันค่ะ

          ร้อยตรีหญิง ชลรัศมี งามทวีสุข หรือ ทิพย์  เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2524 ปัจจุบันอายุ 27 ปี เป็นบุตรสาวของชาญชัย งาทวีสุข ผู้จัดการภาคอาวุโส บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด (AIA) และ มณฑารักษ์ งาทวีสุข 

          ด้วยความที่สนใจงานแวดวงสื่อสารมวลชนอยู่แล้ว ชลรัศมี จึงตัดสินใจสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเธอก็สามารถทำความฝันให้เป็นจริง เมื่อเรียนจนจบปริญญาตรี ในสาขาการสื่อสารมวลชน (วิทยุและโทรทัศน์) ได้สำเร็จ ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์นั้น ชลรัศมี ก็จัดเป็นนักกิจกรรมตัวยงคนหนึ่ง  เพราะความช่างพูด ช่างถามของเธอ จึงทำให้เธอได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรงานฟุตบอลประเพณี , เล่นละครเวทีประจำปีของคณะ หรือแม้กระทั่งการประกวดกุลธิดากาชาด ประจำปี 2543 อีกด้วย


ชลรัศมี งาทวีสุข



          ส่วนสาเหตุที่ทำให้ ชลรัศมี ได้เข้ามาสู่แวดวงข่าวสารนั้น เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งที่เธอเรียนอยู่ปี 4 ที่เธอได้ลงไปทำข่าวภาคสนามรายงานการเลือกตั้งของประเทศให้สถานีวิทยุจุฬา ทำให้เธอเกิดความประทับใจ ประกอบกับได้ไปฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ยิ่งทำให้ทิพย์มั่นใจว่า อาชีพนี้แหละที่เธอปรารถนามากที่สุด และโอกาสก็มาถึงเมื่อทาง ช่อง 5 เปิดรับสมัครผู้ประกาศ ทิพย์จึงไม่รีรอที่จะยื่นใบสมัครแม้จะยังเรียนอยู่ก็ตาม

          เมื่อทิพย์ได้รับการคัดเลือก เธอก็เริ่มต้นสายงานนี้ ด้วยการเป็นผู้สื่อข่าวประจำสายราชสำนักของรั้วสนามเป้าอยู่ประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะย้ายไปทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจในรายการ “เข็มทิศเศรษฐกิจ” ซึ่งชลรัศมีก็ยอมรับว่าตัวเธอเองไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจเลย แถมยังต้องทำเองทุกอย่างทั้งเขียนบท คิดประเด็น เชิญผู้ร่วมรายงาน แต่เธอตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด ด้วยความขัยนและอุตสาหะ ทำให้สุดท้ายผู้ชมต่างก็ยอมรับในความสามารถของเธอว่าเป็นคนที่มีลีลาอ่านข่าวน่าติดตาม และยังวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำ ได้รับคำชมอย่างนี้จึงทำให้ชลรัศมีหายเหนื่อยไปเลย

          จากนั้นชลรัศมีก็หายหน้าหายตาไปจากจอโทรทัศน์อยู่ประมาณ 2 ปี เพราะบินลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโท ก่อนจะกลับมาพร้อมๆ กับการคว้าเกียรตินิยม สาขา Inteational Joualism จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษมาได้อีก 1 ใบด้วย เรียกได้ว่า ชลรัศมี มีสายเลือดนักข่าวอยู่เต็มตัวจริงๆ


ชลรัศมี งาทวีสุข




          ทั้งนี้ ชลรัศมี ก็มีมุมมองต่อข่าวสารที่น่าสนใจว่า “ทิพย์เชื่อว่างานข่าวไม่หยุดนิ่งและไม่มีวันหมด เราจึงต้องหมั่นเพิ่มคุณความรู้ เหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้วเสมอ เพราะไม่อย่างนั้นการทำงานข่าวจะตาย ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปทุกวัน อย่างสึนามิสมัยก่อนตำราเรียนบอกว่าไม่เคยเกิดในประเทศไทย แต่ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น สิ่งที่ทิพย์พยายามทำเพื่อรักษาคุณภาพงานตรงนี้ คือจะไม่หยุดยั้งกับการเรียนรู้มีความเป็นเด็กซึ่งอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่และเป็นมืออาชีพในเวลาทำงานด้วย”

นุก สุธิดา ออก พ็อกเก็ตบุ๊ค แฉปอ

Wednesday, January 21st, 2009


นุก สุทธิดา


  
        คุณแม่ลูกสอง นุก-สุทธิดา ยันรอยแผลตกบันได แฉกิ๊ก ป้อ เลิกแล้ว ขู่ทนไม่ไหว ออก พ็อกเก็ตบุ๊ค แน่

          ต๊กกะใจ วันก่อนเจอสาว นุก-สุธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ที่โรงแรม RAMBRANDT ในงานเปิดตัวบริษัททัวร์ มหารานี แทรเวล ที่ลงขันกับเพื่อนซี้ โก้-ธีรศักดิ์ นำทีม ลูกทัวร์แสวงบุญตามรอยบาทพระศาสดา ดินแดนพุทธภูมิ อินเดีย - เนปาล แต่สาวนุกกลับมีรอยแผลตามร่างกายเต็มไปหมด ด้วยความเป็นห่วงเลยถามซักหน่อยว่าเป็นฝีมือใคร ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง

          นุก : แผลอันนี้คือตกบันไดค่ะ ไม่ได้ไปโดนใครทำอะไรมา คือก่อนหน้านี้ไปตีกอล์ฟมา แล้วรู้สึกเจ็บตรงกล้ามเนื้อตรงสะบักหลัง เพิ่งจะหาย พอตกบันไดซ้ำเข้าไปอีกก็เจ็บมากกว่าเดิม พอไปหาพี่โก้-ธีรศักดิ์เค้าก็พาไปโรงพยาบาล เพราะเค้ากลัวว่ากระดูกเราจะหัก ซึ่งคุณหมอก็ให้ยามาแล้วก็ให้ไปประคบแผนไทย 2 วัน หายเลย นี่ถ้าเป็นปกตินุกจะไม่ไปหาหมอนะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเป็นอะไรต้องรีบไปหาหมอ กินยาจะได้ไม่ต้องทรมานนาน

ตอนนี้คดีกับป้อไปถึงไหนแล้ว

         นุก : รอไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ค่ะ จะมีการไกล่เกลี่ยทั้งหมด 3 ครั้ง ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ก็จะต้องไปคุยกันในชั้นศาลค่ะ ซึ่งคิดว่าเค้าคงไม่มาหรอก

เกรงไหม

         นุก : ก็กลัวๆ เหมือนกัน ไม่ค่อยได้ขึ้นศาลไม่เก่งเหมือนเค้า ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ครั้งแรกเราอาจจะแพ้มุขทนายเค้า โดนหลอกล่อให้ใช้อารมณ์เค้าก็เลยขอเชิญเราออกไป เรารู้สึกว่าเราไม่ผิดก็เลยทวีคูณ แบบว่าอะไรพูดมาได้ยังไง มันมีอยู่ในใจตลอด พอไปประจัญหน้ากันก็เดือดแล้วอ่ะ แต่จริงๆ นุกอยากเจอเค้า มันมีหลายคำถามร้อยแปดที่อยากถาม อย่างเจอทนายก็ถาม โทษนะใครเป็นคนเขียนคำแก้ต่างเหรอ เขียนมาได้ยังไง แต่น้ำตาก็เอ่อมาเต็มที่แล้ว ชีวิตนุกเนี่ยยิ่งกว่าสามก๊กอีกนะ ถ้ามันถึงขีดสุดแล้วคงได้พูดอะไรมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังพยายามที่จะให้มันจบด้วยการไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ซึ่งถ้าเรื่องไม่จบเค้าคงต้องไปฟ้องกลับเอา ซึ่งนุกเชื่อว่าเค้าไม่ทำเพราะมันคือความจริงค่ะ

อยากออกพ็อกเก็ตบุ๊ค หรือไปออกรายการพูดถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไหม

         นุก : โหย…อยากมากเลยค่ะ ไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องไม่ดีในชีวิตตัวเองหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้สร้างกำไรให้ตัวเราเลย แต่รู้สึกว่าคนเราทำอะไรไว้กับใครยังไงก็ควรได้รับสิ่งนั้นบ้าง ไม่ใช่ลอยนวลไปวันๆ มันเป็นการเอาคืนถ้าเราไม่สามารถเอาคืนทางไหนได้เลย สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาคิดว่ายังไม่ถึงขีดสุดจริงๆ เราก็ไม่อยากจะทำอย่างน้อยเค้าก็เป็นพ่อของลูกเรา ซึ่งลูกเรารักมากไม่อยากทำร้ายลูกค่ะ