Archive for the ‘โปรแกรมหนัง’ Category

องค์บาก2 สุดยอด

Sunday, December 14th, 2008




องค์บาก2 ลบทุกสถิติเปิดตัวอย่างถล่มทลายวันเดียว 30 ล้านชนะหนังไทยทุกเรื่อง

          กระแสตอบรับแรงสุดๆและดีเกินคาดเพียงแค่วันแรกที่เข้าฉาย “องค์บาก2″ ก็สร้างสถิติใหม่ที่ต้องจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยชนิดที่ว่าไม่เพียงเอาชนะแชมป์เก่าอย่าง “ต้มยำกุ้ง” แต่ยังรวมไปถึงภาพยนตร์ไทยทุกเรื่องที่เคยเข้าฉายก่อนหน้ารวมทั้งภาพยนตร์เรื่อง “องค์บากภาค 1″ และ “ต้มยำกุ้ง” ของ จา พนม เอง เมื่อ “องค์บาก2″ เข้าฉายเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันมหามงคล 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สามารถทำรายได้เปิดตัวไปถึง 30 ล้านบาทเพียงแค่วันแรกที่เข้าฉาย โดยสร้างปรากฎการณ์ทางรายได้ดังนี้

          1. องค์บาก2  ครองแชมป์ภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดประจำปี 2551 ถึง 30 ล้านบาท (เข้าฉายในวันที่ 5 ธันวาคม 2551)

          2.  องค์บาก2 ครองแชมป์ภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย โดยทำรายได้เปิดตัววันแรก 30 ล้านบาท(เข้าฉายในวันที่ 5 ธันวาคม 2551)โค่นแชมป์เก่าอย่างต้มยำกุ้งที่ทำรายได้เข้าฉายวันแรก 19.5 ล้านบาท(เข้าฉายในวันที่ 11 สิงหาคม 2548),ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 2 ประกาศอิสรภาพ ทำรายได้เข้าฉายวันแรก 16.6 ล้านบาท(เข้าฉายในวันที่ 15  กุมภาพันธ์ 2550)

          3. องค์บาก2 ครองแชมป์ภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้ต่อวันสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีภาพยนตร์ไทยเรื่องใดทำได้มาก่อน 30 ล้านบาท (5 ธันวาคม 2551) โค่นแชมป์เก่า ต้มยำกุ้ง 29.5 ล้านบาท(12 สิงหาคม 2548)

Happy Birthday

Sunday, December 14th, 2008

แฮปปี้เบิร์ธเดย์


Happy Birthday

ชื่อภาษาไทย :  แฮปปี้เบิร์ธเดย์
ชื่อภาษาอังกฤษ : Happy Birthday
แนว :   ดราม่า / โรแมนติก
กำหนดฉาย : 18 ธันวาคม 2551
บทภาพยนตร์ : คงเดช จาตุรันต์รัศมี
กำกับการแสดง  : พงษ์พํฒน์ วชิระบรรจง
นำแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ฉายนันท์ มโนสันติภาพ,อังตวน รมยะนันทน์,เซลิน่า วีสนันท์
จัดจำหน่ายโดย : โมโนฟิล์ม
สตูดิโอผู้สร้าง : โมทีฟ พลัส


          เรื่องราวความรักของชายหนุ่มเต็น และหญิงสาวเภา ที่บุพเพฯ นำพาให้ทั้งสองได้พบรักกัน โดยมีหนังสือท่องเที่ยวเป็นสื่อกลาง หนังสือเล่มที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กันและกัน โดยที่ทั้งสองยังไม่เคยพบหน้ากัน จนเมื่อได้พบกันโดยบังเอิญแล้ว ความคุ้นเคยและความสนิทสนมที่เคยผ่านตัวหนังสือมาแล้ว ก่อเกิดขึ้นกลายเป็นความรัก พร้อมถ้อยคำมั่นสัญญาว่าพวกเขาจะไม่ทอดทิ้งกันตราบนิรันดร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

          เรื่องราวความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวที่บุพเพสันนิวาส ชักนำให้พวกเขาได้มารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ ในหนังสือท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กันและกัน โดยที่พวกเขาไม่เคยพบหน้ากัน แต่มันได้กลายเป็นสื่อกลางที่ทำให้ความรู้สึกผูกพันเกิดขึ้นในใจของทั้ง 2 คน และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้คนมือบอน 2 คนมารู้จักกัน


          เต็น ช่างภาพหนุ่มภาคสนามของนิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่ง เป็นผู้เต็มไปด้วยอุดมการณ์  ได้มารู้จักกับ เภา ไกด์สาวผู้เดินทางท่องเที่ยวมาแล้วทั่วประเทศ ผ่านทางตัวหนังสือที่เภา มักจะแอบเขียนข้อความฝากไว้ใต้ภาพในนิตยสารท่องเที่ยวในร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งทุกครั้ง หลังจากกลับจากเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า

          เต็น ไม่พอใจที่เห็นคนมือบอนเขียนลงในหนังสือท่องเที่ยวเล่มนั้น  เขาจึงเขียนข้อความฝากไปถึงคนมือบอนคนนั้น  จนกระทั่งได้พบกับ เภา ที่ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน จุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์คนทั้งสอง พวกเขานัดเจอกันครั้งแล้วครั้งเล่า  เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยกัน ทั้งคู่ตกลงสัญญาว่าจะดูแลกันและกันตลอดไป

         
เรื่องราวระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะไปได้ดี กระทั่งมาถึงวันครบรอบวันเกิดของเต็น เภาซึ่งเตรียมหาของขวัญมาให้ แต่มีเหตุการณ์บางอย่างทำให้ของขวัญชิ้นนั้นไม่ถึงมือเขา แต่คำสัญญาที่ทั้งคู่เคยให้ไว้ต่อกันเป็นดั่งคำมั่นที่เต็นยังคงเก็บไว้ และรอคอยว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป

วันพิฆาตสะกดโลก

Sunday, December 14th, 2008

The Day The Earth Stood Still




วันพิฆาตสะกดโลก

กำหนดฉาย : 10 ธันวาคม 2551
นำแสดง : คีอานู รีฟ, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่, เจเด็น สมิธ, จอห์น คลีส, จอน แฮม, แคธี่ เบทส์
กำกับ : สก๊อต เดอร์ริคสัน
อำนวยการสร้าง : เออร์วิน สต๊อฟ
บทภาพยนตร์ : เดวิด สการ์ปา

          ภาพยนตร์เรื่อง The Day The Earth Stood Still วันพิฆาตสะกดโลก เป็นการนำผลงานไซ-ไฟสุดคลาสสิคฉบับปี 1951 กลับมาตีความให้เข้ายุคล่ำสมัย เรื่องราวของด๊อกเตอร์ เฮเลน เบ็นสัน (Dr. Helen Benson รับบทโดย เจนนิเฟอร์ คอลเนลลี่ - Jennifer Connelly) นักวิทยาศาสตร์สาวชื่อดังเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับมนุษย์ต่างดาวชื่อ คลาทู (Klaatu รับบทโดย คีอานู รีฟ - Keanu Reeves) ที่เดินทางข้ามจักรวาลมาเพื่อเตือนว่า โลกกำลังจะมีภัยมาเยือนในวันพิฆาตสะกดโลก

          เมื่อ เฮเลน ไม่อาจต้านทานกองกำลังที่มุ่งจับตัวมนุษย์ต่างดาวเพื่อไปเค้นหาความจริงได้ อีกทั้งไม่อาจตอบคำถามของเขาที่พยายามเฟ้นหาตัวผู้นำโลกได้ เธอและ เจค๊อบ (Jacob รับบทโดย เจเด้น สมิธ - Jaden Smith) บุตรชายที่เข้ากับเธอได้ไม่ค่อยดีนักก็พบว่า คลาทู ที่อ้างว่าเป็น “มิตรต่อโลก” ตนนี้ อาจจะนำมาซึ่งภารกิจพิฆาตโลกด้วย

          เฮเลนต้องหาทางชักจูงใจมนุษย์ต่างดาวที่ถูกส่งมาเพื่อทำลายล้างโลกใบนี้ให้ได้ว่า มนุษยชาติมีคุณค่าควรแก่การละเว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป แต่กว่าเธอจะทำสำเร็จ มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะกระบวนการพิฆาตโลกเริ่มต้นขึ้นแล้ว

          มนุษยชาติสนใจความเป็นไปได้ที่ว่า น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในจักรวาล นอกจากโลกใบนี้มานานแล้ว นิยายวิทยาศาสตร์และภาพยนตร์ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงแต่ยังเปิดประเด็นตอกย้ำ คำถาม, ความหวัง, และความกลัวต่อสิ่งมีชีวิตนอกโลกกับเราด้วย การคาดเดาเหล่านั้นตอบสนองจินตนาการที่เราสั่งสมมานานและสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสำรวจหาโลกที่ห่างไกลไปในจักรวาล และค้นหาความเป็นไปได้สูงสุดที่ว่าเราอาจจะไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาลนี้

          หนึ่งในภาพยนตร์ที่มีแบบฉบับของตัวเองและเป็นนวัตกรรมของผลงานแนวนี้มากที่สุด คือ The Day The Earth Stood Still ภาพยนตร์ไซ-ไฟสุดคลาสสิคเมื่อปี 1951 ซึ่งนับเป็นผลงานที่พลิกวงการและสร้างอิทธิพลต่อผู้ที่สนใจในเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์, นักเขียนและผู้สร้างภาพยนตร์หลายๆ รุ่นถัดมา ผลงานการกำกับของ โรเบิร์ต ไวส์ (Robert Wise) ผู้กำกับระดับตำนาน บอกเล่าเรื่องราวของ คลาทู (Klaatu) มนุษย์ต่างดาวที่หน้าตาเหมือนมนุษย์โลก ซึ่งยานอวกาศของเขาเดินทางมายังวอชิงตัน ดีซี (Washington D.C.) ด้วยเจตนาดี มีเป้าหมายที่จะพบกับผู้นำของโลกเพื่อเตือนให้รู้ว่า ความรุนแรงที่มนุษย์โลกกระทำต่อกันนั้นส่งผลกระทบต่อความคงอยู่ของเผ่าพันธุ์อื่นในเอกภพเช่นกัน ด้วยช่วยเหลือของหุ่นยนต์ยักษ์ผู้พิทักษ์ของคลาทูที่ชื่อ กอร์ท (Gort) คลาทูหลบหนีจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามจับกุมเขาไปได้ และเข้าไปใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนเพื่อจะทำความเข้าใจ เผ่าพันธุ์ที่หมกมุ่นกับการก่อความขัดแย้งและมุ่งทำลายกัน นี้ให้มากขึ้น เขาไปผูกมิตรกับแม่หม้ายและลูกชายบุญธรรม มิตรภาพระหว่างพวกเขาทำให้คลาทูเข้าใจมนุษย์ชาติมากขึ้น และในท้ายที่สุดก็ได้ท้าทายให้มนุษยชาติก้าวกระโดดสู่การเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดีขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะพัฒนาได้

หนัง ท้าชน

Sunday, December 14th, 2008

ท้าชน



“แบงค์” คว้ามือ “แซม เกษม” นำทีมไฟร์บอล เสี่ยงตาย!! โหนสลิงพาดตึกสูง 11 ชั้น ฉากฟรีรันนิ่ง ใน “ท้าชน”

           ปรีติ  บารมีอนันต์ (แบงค์ วงแคลช) พร้อมแอ็คชั่นมูฟวี่สตาร์คนใหม่  แซม เกษม ยอมเสี่ยงตายนำเพื่อนร่วมทีมไฟร์บอลโหนสลิงพาดตึกสูง 11 ชั้น ชิงไหวชิงพริบกันใน “ท้าชน” ภาพยนตร์แอ็คชั่นระดับอินเตอร์ ผลงานกำกับภาพยนตร์โดย อั๋น - ธนกร พงษ์สุวรรณ นำแสดงโดย ปรีติ บารมีอนันต์ (แบงค์ วงแคลช), แซม เกษม, เอม-คณุตรา ชูช่วยสุวรรณ, เอ-อรุชา โตสวัสดิ์, วิทย์-ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล ร่วมด้วย เอิร์ท-อณุวัฒ  แซ่เจ๊า, บาส-กานต์ณัฐ  เสมอใจ, กัมปนาท อั้งสูงเนิน สร้างโดย แบ็งค์คอคฟิล์ม สตูดิโอ ร่วมสร้างและจัดจำหน่ายโดย อาดามัส เวิลด์    

           ในฉากแอ็คชั่นแบบฟรีรันนิ่ง ซึ่งหมายถึง ฉากแอ็คชั่นไล่ล่ากระโดดข้ามตึก ข้ามสิ่งกีดขวาง เป็นระยะทางไกลๆ นั้น สำหรับภาพยนตร์ไทยระดับอินเตอร์อย่าง “ท้าชน” ก็มีให้ชมแบบลุ้นเอาใจช่วยด้วยความระทึก ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะแต่ฉากแอ็คชั่นในสนามแข่งขันเท่านั้น  แถมฉากฟรีรันนิ่งในเรื่องนี้ ยังมีลูกเล่นแตกต่างออกไปจากที่เคยเห็นจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ซึ่งผู้กำกับ อั๋น - ธนกร กล่าวถึงฉากนี้ด้วยความภูมิใจว่า 

           “ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับว่า ฉากแอ็คชั่นแบบฟรีรันนิ่งนี้ พอมาอยู่ในหนังท้าชน ตามที่บทภาพยนตร์เขียนมานั้น เราก็มาตีโจทย์กันใหม่ ไม่อยากทำอะไรให้มันเหมือนกับที่เขาทำมาแล้ว เพราะว่าในหนังเรามันมีการเล่นบาสเก็ตบอลเป็นตัวแปรด้วย ดังนั้นเราจึงนำเอาลูกบาสเก็ตบอลมาเป็นเงื่อนไข ซึ่งฉากฟรีรันนิ่งในหนัง เราก็จะมีการแย่งลูกบาส การเลี้ยงลูกบาสในตึกเลี้ยงลูกบาสหลบหลีกสิ่งกีดขวางทั้งคนและสิ่งของ และอีกหลายอย่างผสมผสานกันไป ไม่ใช่ฟรีรันนิ่งแบบไล่ล่าในหนังทั่วไป เรายังมีเส้นเรื่องอยู่ในฉากนี้อีกด้วย และเราก็ไม่อยากให้ฉากนี้ออกมาเครียดเกินไป ดังนั้นฉากนี้ก็จะมีอารมณ์ขัน มีความสนุกสนาน ความรักกันระหว่างเพื่อน และความสามัคคีของทีมเวิร์ค เป็นการเปิดให้เห็นคาแร็คเตอร์ของตัวละครทั้งทีม นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย”

           ฉากนี้เป็นฉากที่ เฮียเด่น (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) ท้าทายลูกน้องทีมไฟร์บอล ซึ่งมี แซม เกษม เป็นหัวหน้าทีม ว่าหากใครสามารถนำลูกบาสเก็ตบอลไปยัดลงห่วงที่แป้นบาสเก็ตบอลในสนามกีฬาที่บริเวณชั้นล่างของตึกแฟลตได้ก่อนก็จะได้รับเงินรางวัลก้อนงามจากเฮียเด่น ซึ่งจากจุดที่เฮียเด่นและทีมไฟร์บอลทั้ง 5 คนกำลังเริ่มต้นเล่นเกมส์นี้กันอยู่นั้น เป็นบริเวณยอดตึกชั้น 11 ในขณะที่แป้นบาสเป้าหมายนั้นอยู่ที่ด้านล่าง และห่างออกไปอีกหลายช่วงตึก ดังนั้นสมาชิกทีมไฟร์บอลทั้ง 5 คนอันประกอบด้วย ไท ( รับบทโดย แบงค์ วงแคลช), สิงห์ (รับบทโดย แซม เกษม), อิ๊ก (รับบทโดย บาส-กานต์ณัฐ  เสมอใจ), เค (รับบทโดย เอิร์ท-อณุวัฒ แซ่เจ๊า) และ หมึก (รับบทโดย กัมปนาท  อั้งสูงเนิน) จึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางในการนำลูกบาสนี้ไปยัดลงแป้นบาสให้ได้  ซึ่งซีนนี้เป็นฉากการต่อสู้แข่งขันกันเองภายในทีมไฟร์บอล  แต่ว่าบรรยากาศของฉากแอ็คชั่นซีนนี้แม้จะเข้มข้น แต่ก็เจือปนไปด้วยความรอยยิ้มและความสนุกสนานแบบชิงไหวชิงพริบกันทั้ง 5 คนในทีม

           โดยทีมงานเตรียมงานสร้างสำหรับการถ่ายทำฉากนี้ เริ่มต้นตั้งแต่การตระเวนหาโลเคชั่นที่เหมาะสมกับการถ่ายทำ ซึ่งใช้เวลาหากันอยู่นานนับเดือน เพื่อให้ตรงใจของ อั๋น-ธนกร ผู้กำกับฯ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมงานเกี่ยวกับการซ้อมคิวสลิง คิวแอ็คชั่นอีกหลายขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของทีมงานและนักแสดง การถ่ายทำฉากนี้ฉากเดียว ใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 4 วันเต็ม ซึ่งมีนักแสดงนำอย่าง แบงค์, แซม เกษม และ กัมปนาท  ต้องใช้ความสามารถในการโหนสลิงไขว้ตึกและกระโดดออกมาจากตึกที่มีความสูงระดับ 11 ชั้น ซึ่งนับว่าเสี่ยงมาก เพื่อวิ่งไล่ตามลูกบาสเก็ตบอล นอกจากนี้เพื่อนร่วมทีม เอิร์ท อณุวัฒ ก็ไล่ตามลงมายืนคอยอยู่ที่สนาม ส่วนคนที่โชว์ความสามารถแบบกินขาดกับฝีมือการเลี้ยงลูกบาสไว้ในมือโดยวิ่งไล่ระดับจากยอดตึกชั้นบนสุดเรื่อยลงมาถึงชั้นล่าง และครองลูกบาสมาตลอดเป็นฝีมือของมือบาสชั้นเทพตามท้องเรื่องอย่าง “อิค” รับบทโดย บาส กานต์ณัฐ เสมอใจ นักกีฬาบาสเก็ตบอลหนุ่มทีมชาติไทยจากรั้วธรรมศาสตร์ โดย บาส ได้เล่าถึงฉากมันส์ๆ นี้ว่า 

           “ฉากนี้ต้องถ่ายทำในแฟลต เป็นฉากที่เราทั้ง 5 คนของทีมไฟร์บอลต้องเลี้ยงลูกบาสกันมา มีการแข่งกันเพื่อแย่งลูกบาสกันเอง แล้วเวลาเลี้ยงลูกบาสมาก็จะเจอกับสิ่งกีดขวางมากมายในตึก เช่นราวตากผ้า กระจาดตากพริก ตากปลาอยู่และผู้คนที่แวดล้อมอยู่ในบรรยากาศจริงๆ ตรงนั้น มันยากตรงที่มันไม่ใช่พื้นเรียบๆ ต้องวิ่งไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย เลี้ยงลูกบาสลงมาตามขั้นบันได วิ่งรอบแฟลตจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง กระโดดเข้าห้องโน้นมาออกห้องนี้ ถ้าเราทำผิดนิดเดียวก็ต้องกลับไปเริ่มถ่ายใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งจะยาวมาก พอถ่ายติดต่อกันก็เหนื่อยมาก เพราะผมต้องวิ่งตลอด ที่ยากที่สุดก็คือ ตอนที่เราต้องเลี้ยงลูกบาสหลบสิ่งกีดขวางข้างหน้าเราจริงๆ เป็นการเล่นกันสดๆ หน้ากองถ่ายเลย ผมต้องใช้ไหวพริบสดๆ ตรงนั้นเพื่อเลี้ยงลูกบาสหลบให้ได้จริงๆ พี่อั๋น ผู้กำกับต้องการให้ได้ภาพความสมจริง มีความตื่นเต้น ผมต้องเลี้ยงลูกบาสและพยายามครองลูกให้ได้ คือต้องหลบให้ได้จริงๆ ตอนกล้องถ่ายทำ จะเตี๊ยมไม่ได้เลย  ไม่มีใครมาหลบทางให้เรา หรือ ดึงของหลบให้เราเลยครับ”  

           “ก่อนถ่ายก็จะมีซ้อม คือ พี่เขาจัดๆ ของไว้ เราก็เดินไปดูว่า อะไรอยู่ตรงไหน แต่ระยะทางมันยาวครับ เราก็จำไม่ได้อยู่แล้วว่า เจออันไหนก่อน เราต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เลี้ยงลูกไปเจออะไรตากอยู่เราก็เลี้ยงลูกหลบไป เจออะไรก็หลบไปตามจังหวะนั้นๆ ก็ใช้การตัดสินใจนาทีนั้น เหมือนเวลาลงสนามแข่งจริงๆ เลยครับ แต่ที่สนุกกว่าคือเป็นการแข่งกันเองของทั้ง 5 คนในทีมไฟร์บอลที่เหมือนเล่นกันแบบสนุกๆ แข่งกันเอามันส์ เพื่อหวังเงินรางวัลเป็นของแถมสำหรับเกมส์นี้ ผมเชื่อว่าใครที่ได้ดูฉากนี้ต้องได้ยิ้มไปกับความรัก ความสามัคคีระหว่างเพื่อนครับ” 

           พบกับความมันส์ระดับพระกาฬในหนังแอ็คชั่นไทยระดับสากลที่ขายได้แล้วกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ในภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มแรง “ท้าชน” เร็วๆ นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

เกม ตัด ต่อ ตาย 5 SAW V

Sunday, December 14th, 2008

saw v


เกม ตัด ต่อ ตาย 5

กำหนดฉาย : 10 ธันวาคม 2551 (ในโรงภาพยนตร์ SF เท่านั้น)
แนว : เขย่าขวัญ/สยองขวัญ
นำแสดง : โทบิน เบลล์, คอสตัส แมนดายเลอร์, สก็อตต์ แพ็ทเตอร์สัน, เบ็ตซี่ รัสเซลล์, มาร์ก โรลสตัน, จูลี่ เบนซ์, คาร์โล โรต้า
กำกับ : เดวิด แฮ็คเกิล
บทภาพยนตร์ : แพทริค เมลตัน, มาร์คัส ดันสแตน 


          ในภาคที่ 5 ของภาพยนตร์แฟรนไชส์ เรื่อง SAW ดูเหมือนฮอฟฟ์แมนจะเป็นคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตรอดอยู่เพื่อจะสานต่อมรดกตกทอดของจิ๊กซอว์ เมื่อความลับของเขาถูกคุกคาม ฮอฟฟ์แมนต้องออกล่าเพื่อกำจัดคนที่อาจเปิดเผยความลับของเขาทั้งหมด

          ผู้กำกับ เดวิด แฮ็คเกิล ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นโปรดักชั่น ดีไซเนอร์ให้กับภาพยนตร์ SAW สี่ภาคแรก เข้ามารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ภาคใหม่นี้  “SAW V จะเป็นการให้คำตอบต่อคำถามมากมายในใจแฟนๆ” ผู้กำกับแฮ็คเกิลบอก “มันคือภาพยนตร์ SAW ที่เดินหน้าไปด้วยเรื่อง จะคล้ายกับภาพยนตร์ภาคแรกมาก โดยมีจุดหักมุมและจุดพลิกผันที่ดี กลไกกับดักทั้งหลายมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับจำนวนคนมากขึ้น แฟนๆ ยังคงสนุกได้กับกลไกกับดักอันน่าสยดสยองที่ทำให้สะอิดสะเอียน ชวนขนลุก ที่จิ๊กซอว์ได้สร้างเอาไว้ แต่เป็นการยกเรื่องราวไปสู่ระดับใหม่ทั้งหมด”