Archive for the ‘เรื่องเล่า’ Category

9 อย่าง ช่วยเงินทำงาน

Sunday, December 14th, 2008

เงิน


           ใครที่กำลังตั้งเป้าหมายการเก็บเงินออม แต่จะเก็บยังไงให้อยู่กับเราไปนานๆ อ่านเคล็ดลับ กับ 9 เรื่องรวย ช่วยเงินทำงาน ต้องทำอย่างไรบ้าง . . . ไปอ่านกันเลย

           1. ตั้งเป้าหมายการเก็บเงิน ถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เงินทองซื้อหาได้ และเป็นความสุขสูงสุดของชีวิต เป้าหมายจะเป็นสิ่งล่อใจให้คุณมีความมุมานะและยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน แม้ในที่สุดแล้วคุณจะมาได้แค่ครึ่งทาง แต่ก็ยังดีกว่าเก็บเงินแบบสะเปะสะปะ

           2. วางแผนการเก็บเงินแบบช่วงสั้น และช่วงยาว แผนระยะสั้นเป็นเหมือนเส้นประที่ต่อเนื่องสู่เป้าหมายระยะยาว ข้อดีของการแบ่งแผนเป็นช่วงสั้นๆ คือทำให้คุณมีกำลังใจ และสามารถเก็บคะแนนแห่งชัยชนะได้ง่ายและบ่อย จากนั้นทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

           3. ใช้น้อยกว่าที่หามาได้ วิธีการดีที่สุดที่ทำให้คุณมีเงินมากกว่าการหาเงินเก่งและใช้เก่งคือการทำ รายจ่ายให้น้อยกว่ารายได้ เพราะจะทำให้คุณมีเงินเหลือสำหรับความฝัน ที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง

           4. จดบันทึกรายจ่าย พกสมุดเล่มเล็กติดตัว แล้วจดทุกรายจ่ายแม้เพียงเฟื้องสลึงให้เป็นนิสัย แล้วคุณจะเห็นว่าคุณใช้จ่ายกับเรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นไปมากแค่ไหน

           5. เก็บเงินด้วยกรมธรรม์ ทำประกันชีวิตในแบบที่ไม่ถอนและให้ดอกเบี้ยสูงเมื่อครบกำหนดการจ่ายค่าประกันรายปี วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณได้สะสมเงินแกมบังคับ แถมยังอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินว่าคนที่คุณรักจะไม่ลำบาก ข้อสำคัญอย่าเลือกประกันที่วงเงินสูงเกินไป เอาแค่ให้คุณผ่อนจ่าย สะสมเงินแบบสบายๆ แม้เมื่อตกงาน

           6. เสียน้อยดีกว่าเสียมาก การเสียน้อยคือการลดรายจ่าย ดังนั้นควรทำประกันเสริมแบบคุ้มครองรายปีจากประกันชีวิตตัวหลัก เช่น ซื้อประกันคุ้มครองมะเร็งที่มีค่าเบี้ยแค่วันละ 30 บาท แต่ออกค่ารักษาให้หลายหลักแสน ซื้อประกันค่ารักษาพยาบาลที่ช่วยออกค่าห้องในโรงพยาบาลวันละเป็นพัน หรือประกันภัยโปรแกรมที่ช่วยจ่ายค่าชดเชยรายได้

           7. ลงทุนแบบไม่เดือดร้อน การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง ดังนั้น คุณจึงควรเลือกเวลาที่เหมาะสมนั่นคือเริ่มปันเงินมาลงทุน หลังจากที่สะสมเงินเก็บได้ 6 เท่าของเงินเดือน เงินส่วนที่เกินในเวลานั้นค่อยเอามาสร้างผลกำไรภายหลัง

           8. โลภน้อย…ผลพลอยได้แน่นอนกว่า ถ้าคุณไม่มีความชำนาญในการลงทุนด้านการเงิน ควรเลือกหากำไรจากผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ อาจจะได้เงินเพิ่มไม่มาก แต่ก็ไม่เสียต้นทุน อย่างการซื้อพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล ซึ่งมีการประกันราคาชำระตามเวลาที่แน่นอน หรือการซื้อสลากออมสิน ฝากเงินกับธนาคาร ที่ไม่ทำให้ทุนหาย แถมยังมีโอกาสได้เงินปันผล และโบนัสรางวัลจากความโชคดี

           9.ทำกำไรจากอสังหาริมทรัพย์ ถ้าซื้อเพื่อธุรกิจ ควรเลือกสถานที่สะดวกสบาย ใกล้การคมนาคม ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและรถไฟไฟฟ้าใต้ดิน โครงการมีสาธารณูปโภคสมบูรณ์ มีระบบจัดการบำรุงดูแลที่ดี และจะดีมากถ้าโครงการนั้นเป็นแบบที่สร้างเสร็จแล้วขาย เพราะสามารถปล่อยเช่าได้ทันที ก่อนตัดสินใจควรคำนวณค่าเช่าให้พอดี หรือมากกว่า ค่าผ่อนส่งต่องวด ถ้าคุณกู้ธนาคาร

วิธีแก้ ไม่ให้ ผิวแตก

Sunday, December 14th, 2008

ผิวแตก



          ย่างเข้าหน้าหนาวทีไร เห็นหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ บ่นเรื่องผิวแตกลายงา บริเวณแขนและขาซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน แถมบางคนใบหน้าเป็นขุย ปากแห้งแตกจนเลือดไหลซิบ จนถูกล้อด้วย “สักวาหน้าหนาว สาวขาแตก…” 

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ฤดูหนาวความชื้นในอากาศลดลง อากาศแห้ง ลมแรง แดดจัด คนที่มีผิวพรรณแห้งอยู่แล้ว หรือเป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม ผิวจะยิ่งแห้งแตกมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

          ในคนที่เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม ผิวหนังจะไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวระเหยออกมา ผิวหนังกลายเป็นเหมือนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ พอฤดูหนาวมาเยือน ผิวพรรณจะแห้งแตกเหมือนลายงา มองเห็นชัดเจนกว่าฤดูอื่นๆ โดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าแข้ง 

          ส่วนลักษณะเด่นอื่นๆ ของคนที่เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม คือ มีเส้นลายมือที่ชัดเจน มีส้นเท้าแตก มีตุ่มเหมือนขนคุดขึ้นบริเวณต้นแขน ขณะที่บางคนอาจเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย 

          ฤดูหนาวนี้ คนที่มีผิวแห้งหรือเป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด อาบน้ำพอประมาณ ไม่อาบนานจนเกินไป อย่าอาบน้ำอุ่นจัด ใช้สบู่ถูตัวให้น้อยลง ถ้าผิวแห้งมากๆ  ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องทาครีม โลชั่น น้ำมันมะกอก  ขี้ผึ้ง วาสลีน แต่หลายคนอาจไม่ชอบเพราะเหนอะหนะโดยเฉพาะในตอนกลางวัน ก็แนะนำให้ทาก่อนนอนแทน

          ที่บอกว่าไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรือใช้สบู่ฟอกตัวจนเป็นฟองมากๆ เพราะจะไปชะล้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกไปหมด ยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น พอผิวแห้งมาก ก็จะรู้สึกคัน พอคันก็จะอาบน้ำบ่อย ตอนที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ อาจจะรู้สึกหายคัน เนื่องจากตอนอาบน้ำจะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง แต่ผิวหนังไม่สามารถจะเก็บน้ำได้ สักพักจะระเหยไป

          หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำมากๆ จะยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก? รศ.พญ.พรทิพย์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ดื่มน้ำมากก็ยิ่งปัสสาวะออกมาก ขอเรียนว่า ผิวหนังที่แห้ง ไม่ได้แห้งเพราะขาดน้ำ แต่เป็นเพราะหนังชั้นขี้ไคลเสื่อม ไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ทำให้แผ่นผิวหนังขี้ไคลที่ควรจะเรียบ แห้งแตก ดังนั้น ไม่ว่าจะดื่มน้ำในปริมาณมากเพียงใด ก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้

          ส่วนปัญหาริมฝีปากแตกนั้น รศ.พญ. พรทิพย์ อธิบายว่า อาจมีสาเหตุมาจากผิวแห้ง เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรมอยู่แล้ว ซึ่งการเลียริมฝีปากบ่อยๆ จะทำให้ปากแห้งแตกได้ สาเหตุของปากแตกอีกอย่างหนึ่ง คือ เกิดจากการระคายเคืองสารเคมี ที่มีอยู่ในยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก ถ้าใช้ยาสีฟันมากไปก็ทำให้ริมฝีปากแห้งได้ 

          กรณีที่ปากแตกจากผิวแห้งก็อาจใช้ขี้ผึ้ง หรือวาสลีนทา แต่ถ้ามีสาเหตุจากสารเคมีก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยง เช่น ใช้ยาสีฟันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่แปรงฟันนานจนเกินไป

ฝึกหายใจให้หายง่วง

Sunday, December 14th, 2008

ง่วงนอน


          ตกบ่ายทีไร เป็นต้องสมองตื้อตัน ความคิดไม่แล่น เนื่องจากความง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำหรือเปล่า จะแก้อาการด้วยกาแฟสักแก้ว ก็คงเป็นการหลอกตัวเองแบบไม่มีประโยชน์ (เพราะกาแฟมีโทษน่ะสิ)

          ในหนังสือ “พลังบำบัด ร่างกายคุณรักษาตนเองได้” ของนายแพทย์แอนดรู ไวล์ เขามีวิธีบริหารลมหายใจซึ่งจะช่วยกระตุ้นร่างกาย ปลุกตัวเองให้กระฉับกระเฉงขึ้นได้ด้วย น่าสนใจไหม ลองทำตามดังนี้

           นั่งในท่าสบายๆ หลังตรง หลับตา เอาปลายลิ้นแตะที่ฟันบนด้านในแล้วเลียขึ้นไปทางเพดาน พอพ้นฟัน พักปลายลิ้นที่ตำแหน่งนั้น เรียกว่าตำแหน่ง “โยคะ” พักลิ้นไว้จุดนี้ตลอดการฝึก

           หายใจเข้าออกถี่ๆ ทางจมูก หุบปากตามสบาย การหายใจเข้าและออกควรเป็นระยะเท่ากันและถี่กระชั้น จนคุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ฐานต้นคอเหนือกระดูกไหปลาร้าและที่กระบังลมเกิดการเคลื่อนไหวตาม หน้าอกต้องกระเพื่อมเร็วและเป็นจังหวะคล้ายๆ กำลังสูบลมด้วยที่สูบลม ภาษาสันสกฤตจะเรียกหารบริหารบทนี้ว่า “การหายใจแบบสูบลม” ซึ่งควรมีเสียงทั้งหายใจเข้าและหายใจออก หายใจให้ได้สัก 3 รอบต่อ 1 วินาที ถ้าพอทำไหว

          ครั้งแรกที่คุณลองหายใจแบบนี้ ให้ทำสัก 15 วินาทีก็พอ ตามด้วยการหายใจปกติ แต่ละครั้งที่คุณจะบริหารก็ให้เพิ่มเวลาขึ้นเป็นครั้งละ 5 วินาที จนกระทั่งทำได้ถึง 1 นาทีเต็ม

          วิธีนี้เป็นการออกกำลังกายให้แก่การหายใจจริงๆ คุณจึงควรรู้สึกล้าตามกล้ามเนื้อจุดต่างๆ ที่ใช้งาน ไม่ต้องวิตก การบริหารบ่อยๆ จำทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และเมื่อคุณกลับสู่การหายใจปกติ จะรู้สึกว่ามีพลังงานเคลื่อนไหวถ่ายเทไปตลอดทั้งร่างอย่างเบาบาง แต่หนักแน่น

          วิธีบริหารลมหายใจนี้จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ทำงานมากขึ้น ลองใช้วิธีนี้แก้ง่วงแทนกาแฟ คุณหมอแอนดรูก็ใช้วิธีนี้เสมอยามขับรถ เขาพบว่ายิ่งทำมากเท่าใด ยิ่งสร้างพลังให้แก่คุณเองมากขึ้นเท่านั้น

ทายนิสัยจากผลไม้

Sunday, December 14th, 2008

ผลไม้


            ผลไม้อะไรเอ่ยที่คุณชอบกินมากที่สุด นึกได้แล้วก็อ่านคำทำนายต่อไปนี้กันค่ะ

         ฝรั่ง คนที่ชอบกินฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบการเดินทางท่องเที่ยว ขี้เบื่อ จึงไม่ชอบอะไรที่ซ้ำซากจำเจ

         แตงโม เป็นคนใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจและซื้อสัตย์ มองโลกในแง่ดีจึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ

         กระท้อน เป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริงๆ จิตใจดี รักสงบ ไม่ชอบความรุนแรง

         มะละกอ เป็นคนมีน้ำอดน้ำทนสูง สุขุมลุ่มลึก มีเหตุผล มีน้ำใจ โอบอ้อมอารี และเป็นนักวางแผนเก่ง

         มังคุด เป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝัน โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักง่ายหน่ายเร็ว จัดว่าเป็นคนเจ้าชู้ทีเดียวล่ะ

         ลองกอง เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทางท่องเที่ยว และชอบผจญภัย แต่ก็เป็นคนค่อนข้างอนุรักษ์นิยม

         ลิ้นจี่ เป็นคนชอบทำงานเบาๆ ไม่ชอบทำงานที่ใช้กำลังออกแรง จึงมักเกี่ยงให้คนอื่นทำแทน

         ลำไย เป็นคนปากหวาน ประจบประแจงเก่ง และยกยอปอปั้น ให้คนหลงปลื้ม แต่เป็นคนปากหวานก้นเปรี้ยวซะมากกว่า

         ส้มโอ เป็นคนชอบความสบาย หรูหรา โอ่อ่า แต่ใจอ่อน หากมีคนดื้อก็ใจอ่อนได้ง่ายๆ ล่ะ

         ส้มเขียวหวาน เป็นคนทันสมัย มีความคิดก้าวหน้าไปไกลไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักเก็บรู้จักใช้

         องุ่น เป็นคนสวยมีเสน่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ร่าเริง สุขุมรอบคอบ ชอบเก็บง่าเรื่องส่วนตัว

การดูแลรักษาชุดชั้นใน

Sunday, December 14th, 2008


ชุดชั้นใน





          วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับการดูแลรักษาชุดชั้นในมาบอก….

          ชุดชั้นในบางตัวอาจจะมีอายุการใช้งานนานถึงสามปี ถ้าหากดูแลอย่างถูกวิธี

 1. ไม่ควรเป่าแห้ง

          เพราะชุดชั้นในทำจากเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน การเป่าด้วยความร้อนสูง อาจทำให้บราผิดรูปทรงไปจากเดิมได้ ทางที่ดี ควรตากในแสงแดดที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว

 2. ซักด้วยมือ

          แรงปั่นของเครื่องซักผ้าทำร้ายรูปทรงชุดชั้นในได้ไม่ยากเลย แต่ถ้ายุ่งจนไม่มีเวลาจริงๆ หาถุงผ้าใส่ชุดชั้นในทุกครั้ง ก่อนจะลงเครื่องซัก

 3. อย่าตากแดดจัด

          การที่ใยผ้าสัมผัสความร้อนจัดๆ จะทำให้เสื่อมคุณภาพได้เร็วกว่าปกติ

 4. มีหลายตัว

          ถ้าหากว่าสวมชุดชั้นในตัวเดิมบ่อยๆ คุณภาพการใช้งานจะมีเพียงแค่ 3 เดือน เท่านั้น ดังนั้นหาชุดชั้นในหลายๆ ชุด สลับผลัดเปลี่ยนกันไป จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานมากขึ้น